อาขยานภูจันทร์

แปลจากภาษาญี่ปุ่น 『山月記』 โดยนากาจิมา อัตสึชิ ดูต้นฉบับได้ที่ 青空文庫 หลี่เจิงจากหล่งชีปราดเปรื่องรอบรู้ ณ ปีสุดท้ายแห่งศักราชเทียนป่าวชื่อของเขาขึ้นกระดานพยัคฆ์เพราะสอบผ่านเป็นขุนนางทั้งยังเยาว์ ต่อมาได้รับหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยในเจียงหนาน แต่เขามีนิสัยไม่ไว้ใจใครและมั่นใจในตนเองอย่างยิ่ง จึงไม่พอใจกับการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับล่าง เขาออกจากตำแหน่งหลังจากนั้นได้ไม่นาน แล้วก็กลับบ้านเกิดตนที่กว๋อลเว่ ตัดสัมพันธ์กับผู้คน มุ่งมั่นจมกับการแต่งบทกวี เขาตั้งใจจะสร้างชื่อเสียงยืนยาวร้อยปีหลังสิ้นชีพในฐานะกวี ดีกว่าเป็นขุนนางระดับล่างที่คอยคุกเข่าเบื้องหน้าขุนนางระดับสูงผู้ต่ำช้า แต่ชื่อเสียงในฐานะนักเขียนก็ไม่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย นับวันก็ยิ่งใช้ชีวิตลำบาก ในที่สุดหลี่เจิงก็รู้สึกร้อนรน นับแต่ช่วงนี้รูปพรรณของเขาก็ยิ่งน่ากลัว เนื้อหนังผอมแห้งเห็นกระดูก มีเพียงแววตาเท่านั้นที่แหลมคม เค้าหน้าของหนุ่มงามแก้มป่องสมัยที่สอบผ่านเป็นขุนนางหาได้พบไม่ ไม่กี่ปีต่อมาเขาก็ทนความยากจนแร้นแค้นไม่ไหว ยอมอ่อนข้อเพื่อเสื้อผ้าและอาหารให้แก่ลูกเมีย ออกเดินทางไปทางตะวันออกอีกครั้ง เพื่อรับตำแหน่งเป็นขุนนางภูมิภาคหนึ่ง ขณะเดียวกัน นี่ก็เป็นเพราะเขากึ่งหมดหวังกับอาชีพกวีของตนด้วย เพื่อนร่วมรุ่นในสมัยก่อนตอนนี้ได้ขึ้นตำแหน่งเป็นขุนนางระดับสูงกันแล้ว จินตนาการได้ไม่ยากเลยว่าการที่ต้องคอยรับคำสั่งจากผู้คนที่เมื่อก่อนเขาไม่แยแสคิดว่าหัวทึบนั้นทำให้อัจฉริยะหลี่เจิงเสียศักดิ์ศรีมากเพียงใด เขาไม่มีความสุข และเก็บกดนิสัยผิดประหลาดของตนได้ยากขึ้นทุกที หนึ่งปีให้หลัง ขณะที่ออกเดินทางด้วยหน้าที่และค้างคืนริมน้ำหรู่ ในที่สุดเขาก็คุ้มคลั่ง คืนหนึ่งจู่ ๆ เขาก็เปลี่ยนสีหน้ายืนขึ้นจากเตียงนอน กระโดดลงมาชั้นล่างพลางตะโกนอะไรก็ไม่รู้ แล้วออกวิ่งหายไปในความมืด เขาไม่กลับมาอีก ออกค้นหาในป่าเขารอบ ๆ ก็ไม่พบร่องรอย หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้ว่าหลี่เจิงเป็นอย่างไรไป ปีต่อมา ผู้ตรวจการหยวนซานจากแคว้นเฉิน รับคำสั่งไปยังหลิ่งหนาน ระหว่างทางพักค้างแรมที่ชางหยู เช้าวันรุ่งขึ้นเมื่อเขาจะออกเดินทางทั้งฟ้ายังไม่สว่าง เจ้าหน้าที่ที่พักกล่าวว่า ทางต่อจากนี้มีเสือกินคน คนเดินทางผ่านได้เพียงเวลากลางวัน ตอนนี้ยังเช้าตรู่รอสักครู่ดีกว่า แต่หยวนซานมั่นใจเพราะตนเดินทางกับคนจำนวนมาก จึงออกเดินทางขัดกับคำพูดของเจ้าหน้าที่ ขณะที่เขาเดินผ่านทุ่งหญ้าในป่าด้วยแสงจันทร์ยามเช้า ตอนนั้นเองก็มีเสือดุร้ายตัวหนึ่งกระโจนออกมาจากพงหญ้า เสือกำลังจะกระโจนเข้าหาหยวนซาน แต่ทันใดนั้นมันก็กลับตัวกลับไปซ่อนในพงหญ้าเดิม หลังจากนั้นก็มีเสียงคนพึมพำซ้ำไปมาจากในพงหญ้าว่า “เกือบไปแล้ว” หยวนซานจำเสียงนั้นได้ เขานึกออกอย่างกะทันหันแล้วตะโกนออกไปแม้ยังกลัว “เสียงนั้นคือเพื่อนข้า หลี่เจิงไม่ใช่หรือ” หยวนซานเข้ารับราชการเป็นขุนนางในปีเดียวกันกับหลี่เจิง และเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของหลี่เจิงผู้มีเพื่อนน้อย นั่นคงเป็นเพราะนิสัยอ่อนโยนของหยวนซานนั้นไม่ขัดกับนิสัยเข้มงวดของหลี่เจิง...

<span title='2025-07-13 09:10:00 +0200 +0200'>กรกฎาคม 13, 2025</span>